0
ข่าวพระราชสำนัก

พระราชทานเงิน 100 ล้าน

พระราชทานเงิน 100 ล้าน สร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา

วันที่ 11 สิงหาคม 2560. เวลา 19.37 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระราชวโรกาสให้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
นำคณะผู้บริหารของคณะแพทยศาสตร์ฯ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเงิน จำนวน 100 ล้านบาท. ซึ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายสมุดไดอารีภาพการ์ตูนฝีพระหัตถ์โดยไม่หักค่าใช้จ่าย. เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ต่อโรงพยาบาลศิริราชและต่อประชาชนทั่วไปที่จะได้รับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่ดีและมีความพร้อมทางการแพทย์ในทุกด้านอย่างสมบูรณ์

Read More
0
ข่าวพระราชสำนัก

พระองค์ภาฯ เสด็จเป็นประธานงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน

พระองค์ภาฯ เสด็จเป็นองค์ประธานงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน สืบสานพระราชปณิธาน “ตามรอยพ่อ สานต่อปณิธานแม่”
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธาน “มหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน ประจำปี 2560″ โดย นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ พร้อมด้วย นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการสำนำงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้แทน 77 จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนจากองค์กรภาคประชาชน และผู้แทนจากหมู่บ้าน/ชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน รวมกว่า2,000 คน ร่วมรับเสด็จ
โดยเวลา 14.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธาน พร้อมประทานเงินพระราชทานเงินขวัญถุงแก่หมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินใหม่ ประจำปี 2560 จำนวนทั้ง 1,024 แห่ง ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด 77 จังหวัด พร้อมประทานพระราชดำรัสแก่ประธานหมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน และทอดพระเนตรนิทรรศการแสดงผลงานของหมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินของแต่ละภาค รวมทั้งทอดพระเนตรนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ชุด “ดวงใจแห่งแผ่นดิน” ด้วย
Learn More
พระองค์ภาฯ เสด็จเป็นประธานงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน
นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่มีความสลับซับซ้อน ส่งผลกระทบถึงความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหานี้ โดยกำหนดนโยบายให้ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันให้สามารถควบคุมและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยความสำเร็จไม่ได้อยู่ภาครัฐอย่างเดียว แต่ฝ่ายที่มีความสำคัญมาก คือ ประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินจึงเปรียบเสมือนยุทธศาสตร์พระราชทานที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงมอบให้พสกนิกรชาวไทย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้านและชุมชน จนสามารถช่วยกันป้องกันและแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธีอย่างยั่งยืน”

ด้าน เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า เมื่อปี 2546 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ผ่านเลขาธิการ ป.ป.ส. โดยมี พระราชประสงค์ให้นำไปใช้สนับสนุนกิจกรรมของราษฎรที่ร่วมกันป้องกันยาเสพติด ในหมู่บ้านและชุมชนของตนเอง โดยในปี 2547สำนักงาน ป.ป.ส. ได้นำพระราชทรัพย์ดังกล่าวมาสมทบกับงบประมาณของสำนักงาน ป.ป.ส. จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อมอบให้หมู่บ้านและชุมชนที่มีความตั้งมั่นที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยขอพระราชทานนาม “กองทุนแม่ของแผ่นดิน” มีเป้าหมายในการขจัดปัญหายาเสพติดด้วยพลังสามัคคีของชาวบ้าน และต่อยอดไปสู่การแก้ไขปัญหาสังคมอื่นๆ ซึ่งได้ดำเนินการมาครบ 13 ปี โดยในปี 2560 นี้จะมีหมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพิ่มอีกจำนวน 1,024 แห่ง รวมปัจจุบันมีหมู่บ้านและชุมชนที่กองทุนแม่ของแผ่นดิน ทั้งสิ้นจำนวน 21,159 แห่ง
พระองค์ภาฯ เสด็จเป็นประธานงานมหกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน

ในงานนอกจากพิธีประทานเงินขวัญถุงกองทุนแม่ของแผ่นดินแล้ว ยังมีการบรรเลงและขับร้องเพลงเทิดพระเกียรติประกอบวิดีทัศน์ โดยวงดุริยางค์ทหารบก ชุด “ตามรอยพ่อ สานต่อปณิธานแม่” การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ชุด “ดวงใจแห่งแผ่นดิน” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้ตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันยิ่งใหญ่ของทุกพระองค์ที่ทรงห่วงใยปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด การจัดนิทรรศการผลการดำเนินงานของกองทุนแม่ฯ แสดงผลงานของหมู่บ้านและชุมชนกองทุนแม่ของแผ่นดินของแต่ละภาคอีกด้วย

Read More
0
ข่าวอสังหาริมทรัพย์

อสังหาใหญ่กำไรครึ่งปีทรุด

อสังหาใหญ่กำไรครึ่งปีทรุดโบรกประเมินพ้นจุดต่ำสุด

กำไรครึ่งปีแรก บจ.อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่กำไรลดลง แอลพีเอ็นวูบ64% จากกำลังซื้อชะลอ ยอดขายต่ำคาด โบรกเกอร์ประเมินภาพรวมกลุ่มอสังหาพ้นจุดต่ำสุด คาดครึ่งปีหลังยอดขายกระเตื้องมูลค่าการเปิดโครงการใหม่พุ่ง1.2แสนล้าน เน้นเปิดขายไตรมาส3ปีนี้
ภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เฉพาะรายใหญ่รายงานผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกของปี2560 พบว่า ส่วนใหญ่กำไรลดลง ประกอบด้วย บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) LPN กำไร ลดลง 64% จากงวดครึ่งปีแรกปีก่อนบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)SPALIกำไรลดลง 28.86% บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) PSH กำไรลดลง 21.09% บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) QH กำไรลดลง 12.87% ขณะที่ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) AP ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.47% และบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)LHกำไรเพิ่มขึ้น16.34%
“แอลพีเอ็น”กำลังซื้อหดฉุดกำไร
บริษัท แอล.พี.เอ็นระบุว่าสาเหตุของกำไรที่ลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อจากกลุ่มสถาบันการเงิน ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง จนส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะรายได้ไตรมาส2 จากการขายลดลงลดลง 63.51% ส่วนใหญ่ประมาณ72% เป็นสินค้าค้างขาย แต่ยังคงรักษากาไรขั้นต้นไว้ใน30% ของรายได้ อีกทั้งบริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน31.25%
ช่วงครึ่งปีหลังของปี2560 บริษัทมีโครงการที่จะแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบอีก 5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3,870 ล้านบาท และมีแผนเปิดตัวเพิ่มอีก 5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 11,650 ล้านบาท ทั้งนี้ ณ 30 มิ.ย.2560 บริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้(Backlog) รวม 7,074 ล้านบาท แยกเป็นปี2560 จำนวน 2,862 ล้านบาท ปี2561 จำนวน 4,010 ล้านบาท และปี2562 จำนวน 202 ล้านบาท และของบริษัทย่อยอีก 356 ล้านบาท
ลุ้นไตรมาส3แอลพีเอ็นฟื้น
นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ประเมินว่า แนวโน้มของบริษัทแอลพีเอ็น จะดันยอดขายโครงการเดิมในมือ เพื่อหนุนยอดขายเติบโต จากงวดเดียวกันของปีก่อน และระหว่างไตรมาส ซึ่งในไตรมาส 3 ปี 2560 ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยล่าสุดบริษัทสามารถสร้างยอดจองซื้อจากการขายสินค้าคงหลือได้ระดับดีที่1.2 พันล้านบาท แม้ไม่มีคอนโดใหม่เสร็จเริ่มโอนได้ในไตรมาส 3ปี2560 อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการเดิมอย่างอนุรักษ์นิยมที่ว่าอัตรากำไรสุทธิชะลอตัว ดังนั้นคาดกำไรไตรมาส 3ปีนี้ จะประมาณทรงตัวจากงวดเดียวกันปีก่อน และเติบโตจากไตรมาส2ที่ผ่านมา โดยคาดกำไรจะเติบโตแบบน่าสนใจมากขึ้นในไตรมาส 4ปีนี้ เนื่องจากจะมีคอนโด 4 โครงการมูลค่ารวม 3 พันล้านบาทแล้วเสร็จ และเริ่มโอนได้ในช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้ สิ่งที่เปลี่ยนแปลง คือผลประกอบการไตรมาส 2ปี2560 ออกมาต่ำกว่าคาด จึงปรับลดประมาณการกำไรหลักลง 24% สำหรับปี 2560 และ 30% สำหรับปี 2561 ด้วยการปรับลดประมาณการรายได้จากการขายอสังหาฯ ลง 17% มาอยู่ที่ 9 พันล้านบาท ในปี 2560 (มียอดขายรอรับรู้รายได้คิดเป็น 73% ของประมาณการรายได้ดังกล่าว) เนื่องจากโครงการ ลุมพินี พาร์ค เพชรเกษม 98 เลื่อนการเปิดออกไปจากไตรมาส 4 ปี2560 ไปป็นไตรมาส 1ปี2561 โดยปรับลดอัตรากำไรหลัก เนื่องจากบริษัทจัดแคมเปญดันยอดขายโครงการในมือ และมีการเปิดโครงการใหม่มากขึ้นในปีนี้ (มูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่ 1.4 หมื่นล้านบาทในปี 2560 เทียบกับ 8 พันล้านบาทในปี 2559) อย่างไรก็ตาม คาดรายได้จากการขายอสังหาฯ ประเภทที่อยู่อาศัยจะสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.2 หมื่นล้านบาทในปี 2561 จากฐานต่ำในรอบ7ในปี 2560
โบรกชี้กลุ่มอสังหาฯพ้นจุดต่ำสุด
บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์จะพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และให้น้ำหนักการลงทุนเท่าตลาด เนื่องจาก4 เหตุผล คือ คาดยอดขายไตรมาส 2ปี2560 ทำระดับสูงสุดย้อนหลัง 3 ปี และกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว คาดผลตอบแทนจากเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกเฉลี่ย 2.2% และทั้งปีที่ 5.5% คาดแนวโน้มตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลัง เติบโตแข็งแกร่งทั้งยอดขายและกำไร
ทั้งนี้โครงการเปิดใหม่ในไตรมาส 2 ปี 2560 ของ 7 บริษัทพัฒนาอสังหาฯ เพื่อขายภายใต้การวิเคราะห์ของฝ่ายวิจัยเพิ่มขึ้น 118% จากงวดเดียวกันปีก่อน และ 69%จากไตรมาส1ปี2560 สู่ระดับ 6.5 หมื่นล้านบาท และได้รับการตอบรับดี สะท้อนความเชื่อมั่นและกาลังซื้อที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง จึงคาดว่ายอดขายไตรมาส 2ปี2560 จะเติบโตแข็งแกร่ง 38%จากงวดเดียวกันปีก่อน และ 22%จากงวดไตรมาส1ปี2560 สู่ระดับ 5.4 หมื่นล้านบาท ทำให้ยอดขายครึ่งปีแรกขยายตัว 30%จากงวดเดียวกันปีก่อนและคิดเป็น 49% ของประมาณการยอดขายทั้งปี และบริษัท
นอกจากนี้ มองว่ากำไรผ่านจุดต่าสุดแล้ว คาดกำไรปกติไตรมาส 2ปีนี้ โดยรวมจะฟื้นตัว 40%จากไตรมาส1 ปี 2560 จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่เร่งขึ้น 33%จากไตรมาส1ปี2560 แต่ลดลง 12% จากงวดเดียวกันปีก่อน จากฐานสูงในไตรมาส 2ปี2559 ที่มีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ และค่าจดจำนอง (สิ้นสุดวันที่ 28 เม.ย. 2559) ส่งผลให้กาไรปกติครึ่งปีแรกปีนี้ลดลง 18%จากงวดเดียวกันปีก่อน และคิดเป็นเพียง 37% ของประมาณการกาไรปกติทั้งปี
ไตรมาส3แห่เปิดแห่โครงการใหม่ทะลัก
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยคาดแนวโน้มตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลังเติบโตแข็งแกร่งทั้งยอดขายและกำไร ซึ่งประเมินมูลค่าโครงการเปิดใหม่ในครึ่งปีหลังที่ 1.26 แสนล้านบาท คิดเป็น 55% ของแผนการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งปีของบริษัท โดยจะเปิดตัวสูงสุดในไตรมาส 3 และลดลงในไตรมาส 4 เนื่องจากมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเดือน ต.ค.2560 จึงคาดว่ายอดขายจะขยายตัวแข็งแกร่งในไตรมาส 3 นำโดยเอพี และศุภาลัย ตามแผนเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม และชะลอลงเล็กน้อยในไตรมาส 4
ส่วนกำไรปกติจะเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งปีหลังและดีกว่าครึ่งปีแรกมาก ตามแผนการโอนกรรมสิทธ์โครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่จานวนมาก คิดเป็น 60% ของประมาณการยอดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมทั้งปี และมีปัจจัยสนับสนุนจากความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวต่อเนื่อง และการผ่อนคลายสินเชื่อสำหรับที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์
“ฝ่ายวิจัยเรามองว่ากลุ่มอสังหาฯ พ้นจุดต่ำสุดแล้ว สะท้อนจากยอดขายและกำไรที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ valuation ยังน่าสนใจ พีอีปีนี้ เพียง 9.3เท่าเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่ 10.4เท่า จึงเป็นโอกาสของการลงทุน”

Read More
0
ข่าวอสังหาริมทรัพย์

อสังหาฯ-โรงพยาบาลชิงตลาดสูงวัย5หมื่นล้าน

ธุรกิจอสังหาฯ-โรงพยาบาล สบช่องไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย เล็งลงทุนโปรเจคบ้านพักเจาะกลุ่มกำลังซื้อสูง จ่อผุดโครงการทำเลกรุงเทพฯ-เมืองท่องเที่ยว “คอลลิเออร์สฯ”ประเมินตลาดที่พัก-เวลเนสมูลค่า 5 หมื่นล้าน ทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง
กลุ่มสูงวัยถือเป็นผู้บริโภคที่มีศักยภาพด้านการจับจ่ายสูงสุดและเป็นกลุ่มที่มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไปราว 11 ล้านคน สัดส่วน 17% คาดการณ์อีก 5 ปีหรือปี 2565 จะเพิ่มเป็น 13 ล้านคน สัดส่วน 20% และขยับเป็น 30% ของประชากรไทยในปี 2578
จากทิศทางดังกล่าวทำให้ภาคธุรกิจต่างหันมาพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มสูงวัย เพื่อช่วงชิงตลาดและกำลังซื้อที่ขยายตัวสูง ในอนาคต ปัจจุบันพบว่าแนวโน้มการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงวัยและศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจร(เวลเนส) มีทิศทางขยายตัวต่อเนื่อง จากทั้งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงพยาบาล
นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าจากการประเมินการลงทุนเฉพาะโครงการบ้านพักผู้สูงวัยในปัจจุบัน คาดตลาดมีมูลค่า 1-2 หมื่นล้านบาท ไม่นับรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับศูนย์เวลเนส ที่เปิดให้บริการในโรงพยาบาล
แต่หากรวมมูลค่ากลุ่มบริการรูปแบบเวลเนส ในลักษณะเดียวกันกับโครงการที่เครือบีดีเอ็มเอส พัฒนาบนที่ตั้งเดิมของโรงแรมปาร์คนายเลิศ จะอาจมีมูลค่าราว 4-5 หมื่นล้านบาท โดยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพขยายตัวได้อีกมาก จากปัจจัยการเข้าสู่สังคมสูงวัยและความต้องการการดูแลในกลุ่มผู้สูงวัย
ซัพพลายน้อย-รายใหญ่ชิงเค้ก
ทั้งนี้ หากประเมินงบลงทุนต่อโครงการเมื่อเทียบกับที่อยู่อาศัยทั่วไปในจำนวนยูนิตที่เท่ากัน มูลค่าการลงทุนที่พักผู้สูงวัยจะสูงกว่าเพราะต้องออกแบบมาตรฐานและจัดแบ่งโซนให้สอดรับกับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งต้องกำหนดมาตรฐานและคุณภาพสินค้าที่สูงขึ้น
สำหรับภาพรวมบ้านพักผู้สูงวัยยังมีขนาดตลาดไม่ใหญ่มากนัก โดยซัพพลายในตลาดยังมีจำนวนน้อย ปัจจุบันมีรายใหญ่ลงทุนพัฒนาโครงการประเภทนี้ 4-5 ราย ดังนั้นช่วง 3 ปีจากนี้คาดว่าจะมีกลุ่มทุนไทยรายอื่นๆ เดินหน้าพัฒนาโครงการบ้านพักผู้สูงวัยกันอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันผู้ประกอบการในตลาดบ้านพักสูงวัยเป็นกลุ่มทุนไทย แต่เห็นทิศทางผู้เล่นต่างชาติจะเข้ามาร่วมมือกับผู้ประกอบการไทยด้านทีมบริการและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการดูแลและรักษาที่ได้รับการยอมรับจากหลายๆประเทศ
ปั้นโปรเจคพรีเมียมเมืองท่องเที่ยว
ปัจจุบันมีผู้ประกอบการทั้งอสังหาฯและโรงพยาบาล เข้ามาลงทุนโครงการบ้านพักผู้สูงวัยอย่างชัดเจน ในกลุ่มอสังหาฯ ที่เปิดตัวล่าสุด คือ ความร่วมมือของ 4 พันธมิตร ประกอบด้วย 3 พันธมิตรอสังหาฯ คือ นายณ์ เอสเตท, แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ และชีวาทัย รวมถึงอีก 1 พันธมิตรที่ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง คือ ช.การช่าง ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท กมลา ซีเนียร์ ลิฟวิ่ง จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการบ้านพักสำหรับผู้สูงวัยระดับพรีเมียมที่ภูเก็ต มูลค่าโครงการ 3,500 ล้านบาท ในคอนเซปต์ไลฟ์สไตล์ซีเนียร์ลิฟวิ่ง เจาะกลุ่มลูกค้าตลาดบน
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ เจแอลแอล กล่าวว่าตลาดบ้านพักผู้สูงวัยระดับหรูในไทยยังเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่มีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต จากปัจจัยไทยมีสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการอยู่อาศัย ค่าครองชีพไม่สูง รวมถึงบริการดูแลด้านการพยาบาลมีคุณภาพดีและราคาไม่สูง ทำให้มีผู้สูงวัยต้องการเข้ามาใช้ชีวิตหลังเกษียณในไทยค่อนข้างมาก โดยหนึ่งในจุดขายสำคัญของบ้านพักผู้สูงวัยระดับหรู คือการมีบริการดูแลด้านการพยาบาลคุณภาพสูง และมีความพร้อมด้านบุคลากรและอุปกรณ์ในการดูแลด้านการพยาบาลที่ดี
ในสังคมไทยสมัยใหม่ มีคนไทยที่เป็นกลุ่มยุคเบบี้บูมเมอร์จำนวนมากเริ่มมีอายุมากขึ้นและมีฐานะทางการเงินที่ดี คนกลุ่มนี้อยู่ในช่วงที่กำลังวางแผนการใช้ชีวิตเมื่ออายุมากขึ้นเพราะไม่ต้องการเป็นภาระให้กับลูกหลาน บ้านพักผู้สูงวัยระดับหรูจึงมีโอกาสขยายตัวในอนาคตได้จากปัจจัยดังกล่าว
‘ปิยะเวท’ผุดบ้านพักสูงวัยกทม.-ตจว.ปี61
ทางด้านกลุ่มโรงพยาบาลมีความเคลื่อนไหวการลงทุนทั้งการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการดูแลผู้สูงวัยเช่นกัน
นพ.วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลปิยะเวท เปิดเผยว่าทิศทางการพัฒนาโครงการบ้านผู้สูงวัยในไทยยังมีศักยภาพขยายตัวอีกมาก สอดรับกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและต้องการการดูแลตามวัย ประเมินว่าการลงทุนโปรเจคเกี่ยวกับบ้านพักผู้สูงวัยในไทยปัจจุบัน มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1-2 หมื่นล้านบาท โดยดูจากโครงการใหม่ในตลาดมีขนาดการลงทุนสูงขึ้นต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านบาทต่อโปรเจค และคาดว่ามูลค่าการลงทุนจากนี้จะสูงขึ้นตามความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้สูงวัยที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น
สำหรับโรงพยาบาลปิยะเวทมีกลุ่มทุนจีนเข้ามาเจรจาความร่วมมือ โดยจีนสนใจเรื่องการบริการของไทยอย่างมาก ทั้งยังเห็นถึงจุดแข็งของปิยะเวทที่มีทั้งการรักษาโรคและดูแลส่งเสริมสุขภาพ(เวลเนส) ปิยะเวทมองความเป็นไปได้ในการจับมือกับพาร์ทเนอร์จีน 2 รูปแบบ คือ ร่วมทุน และการรับเป็นที่ปรึกษาและรับจ้างบริหารโปรเจคบ้านสูงวัยในจีน ทั้งนี้การเจรจาความร่วมมือกับพันธมิตรจีน จะได้เห็นความชัดเจนในปีหน้า
ขณะเดียวกันปิยะเวทยังอยู่ระหว่างพัฒนาโปรเจคบ้านสูงวัยทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ตามแผนงานเดิมที่วางไว้ว่าจะลงทุนในปี 2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบโปรเจค รวมถึงมองการพัฒนาโครงการในโมเดลธุรกิจหลากหลาย ซึ่งอาจลงทุนเอง 100% หรือหาพันธมิตรต่างชาติเข้ามาร่วมทุนในไทย
โปรเจคในต่างจังหวัดคาดจะใช้งบลงทุนที่ดินขนาดกว่า 10 ไร่ มูลค่าเฉพาะที่ดิน 200-300 ล้านบาท ส่วนโปรเจคที่จะพัฒนาในกรุงเทพฯ จะพัฒนาโครงการในที่ดินที่เหลือบริเวณโรงพยาบาลบางปะกอก 1 และโรงพยาบาลบางปะกอก 9
ทั้งนี้ ช่วงกลางปีที่ผ่านมา นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ตั้งบริษัท พรีเมียร์ โฮม เฮลท์ แคร์ จำกัด มาพัฒนาโครงการ“จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาท์ตี้”มูลค่าโครงการกว่า 1 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่ขนาด 140 ไร่ บริเวณรังสิต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
โครงการนี้แบ่งการพัฒนาเป็น 3 เฟส เฟสแรกใช้งบลงทุนแล้ว 4,400 ล้านบาท เฟส 2 ลงทุน 4,000 ล้านบาท และที่เหลือ 1,600 ล้านบาทใช้สำหรับการพัฒนาในเฟสสุดท้าย โครงการพัฒนาในรูปแบบรวมอาคารที่อยู่อาศัยโลว์ไรส์ มีสวนพักผ่อนส่วนกลาง คลินิกบริการ อาคารโรงพยาบาล 400 เตียง และอาคารพักฟื้นรองรับผู้ป่วยหลังผ่าตัด รวมทั้งชอปปิงมอลล์ เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบีขึ้นไป ราคาเริ่มต้นยูนิตละ 3.6 ล้านบาท เน้นลูกค้าชาวไทยเป็นหลัก 80%

Read More
0
ข่าวหุ้น-การเงิน

Derivatives Daily Guide

Gold

เสถียรภาพทางการเมืองของสหรัฐฯยังเป็นผลดีต่อสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ด้วยเหตุก่อการร้ายในยุโรปเมื่อวานนี้ ทำให้เงินยูโรอ่อนลง ราคาทองคำจึงชะลอเล็กน้อย ซึ่งควรจับตาแรงขายก่อนปิดสัปดาห์ในวันนี้ เนื่องจากอาจมีการปรับพอร์ตเพื่อรับมือความผันผวนก่อนการประชุมธนาคารกลางทั่วโลกที่ Jackson Hole ในปลายสัปดาห์หน้า
Learn More
SET50

ต่างชาติกลับมาขายสุทธิหุ้นไทยอีกครั้งหลังซื้อมา 5 วันติด ด้านเงินบาทยังแข็งค่าเพราะเงินทุนเลือกเข้าพันธบัตรและสินทรัพย์อื่นมากกว่าถือเงินดอลลาร์ สัปดาห์หน้าจะมีประชุม Jackson Hole Symposium ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินมากขึ้น โดยนักลงทุนควรจับตาถ้อยแถลงของประธาน ECB เกี่ยวกับมาตรการ QE ว่ามีโอกาสจะถูกปรับลดสัดส่วนลงตามทิศทางการใช้มาตรการของแบงก์ชาติหลักอื่น ๆ หรือไม่ ส่วนตลาดหุ้นไทยในวันนี้ยังคงจับตาการยืนเหนือ 998 จุด เพื่อลุ้นดีดกลับในสัปดาห์หน้า หากทำไม่ได้ โอกาสถอยตัวลงต่อมีความเป็นไปได้สูงตามการปรับลงของราคาหุ้นหลังขึ้น XD
Technical View
Gold : การพักฐานของราคาพร้อมการชะลอตัวใน MACD, RSI และ stocahsticสร้างโอกาสการพุ่งขึ้นอีกครั้ง แต่ยังคงต้องระวังแรงขายก่อนปิดสัปดาห์
คำแนะนำ : ปิดทำกำไรสถานะ long
Technical View
SET50 : ยังคงมองความสำคัญของการยืนเหนือ 998 จุด MACD, RSI และ stocahsticชะลอตัวรอทิศทางในสัปดาห์หน้า
คำแนะนำ : trading short ถ้าอยู่ต่ำกว่า 998 จุด

Read More
0
ข่าวหุ้น-การเงิน

Stock of The Town

แกว่งแคบตลอดวันแต่ก็ยืนปิดเขียวเบาๆได้เป็นวันที่สอง … กราฟ SET ระยะกลางยังคงแกว่งตัว sideway ในกรอบ 1,560 – 1,590 จุด แต่ระยะสั้นดัชนีสามารถรีบาวด์จากแนวรับ 1,560 จุดขึ้นได้เกิดเป็นสัญญาณเชิงบวกเล็กๆ อย่างไรก็ตามการที่ SET ยืนปิดต่ำกว่าเส้น EMA 10 วัน รวมถึงเครื่องมือ RSI กับ MACD ยังคงส่งสัญญาณขัดแย้งกันส่งผลให้ภาวะตลาดมีความผันผวนง่าย ดังนั้นประเมินว่า SET จะปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญ 1,560 จุด ซึ่งหากไม่หลุดจะมี Technical Rebound ระหว่างวันได้ แต่หากหลุด 1,560 จุดมีโอกาสที่จะปรับตัวลงไปยังโซนแนวรับ 1,530 – 1,540 จุดในช่วงถัดไป

ระยะสั้น >> ซื้อเล่นรีบาวด์ช่วงอ่อนตัว บริเวณแนวรับ 1,560 จุด โดยมีจุด Cut loss หาก SET หลุดต่ำกว่า 1,560 จุด
ระยะกลาง-ยาว >> หากดัชนีปิดต่ำกว่า 1,560 จุด ให้ลดพอร์ทลงเพื่อรอจังหวะเข้าซื้อรอบใหม่ที่บริเวณ 1,530 – 1,540 จุด
Learn More
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
- 21 ส.ค. สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 2/60
- 31 ส.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

หุ้นแนะนำทางเทคนิค

PDI คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร

กราฟโค้งตัวขึ้นเป็น U shape และราคาสามารถไต่ระดับขึ้นเหนือเส้น EMA 10 ได้ต่อเนื่อง สอดคล้องกับสัญญาณ RSI+MACD ที่ชี้ขึ้นสนับสนุนทิศทางเชิงบวก ทำให้มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้

ธุรกิจ : เหมืองแร่และโรงถลุงแร่สังกะสีสำหรับผลิตโลหะสังกะสี และธุรกิจจัดหาพลังงานจากแหล่งพลังงานทดแทน
HTECH คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
กราฟพลิกตัวขึ้นแบบ Cup and Handle และราคายกตัวขึ้นเกาะเส้น EMA 10 วันได้ต่อเนื่อง พร้อมทั้ง RSI + MACD ชี้ขึ้นสนับสนุนเป็นสัญญาณซื้อ จึงคาดว่าจะสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้

ธุรกิจ : ผลิตและจำหน่ายเครื่องมือที่ใช้ในการตัดโลหะ อุปกรณ์ และชิ้นส่วนต่างๆ

Read More
0
เปิดข่าวรอบวัน

ใช้เเผน‘กรกฎ52’คุมกองเชียร์‘ยิ่งลักษณ์’

‘พล.ต.อ.ศรีวราห์’ เผยใช้เเผน ‘กรกฎ52’ รับวันตัดสินคดีจำนำข้าว ‘ยิ่งลักษณ์’ พร้อมจัดตำรวจควบคุมฝูงชน 24 กองร้อยดูแลความสงบ ย้ำไม่สกัดกั้นมวลชน แต่อย่าทำผิดกฎหมาย

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2560 ที่ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหณกุล รอง ผบ.ตร. ด้านความมั่นคง เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง ตัวแทนทุกกองบัญชาการที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบงานความมั่นคง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือมวลชนที่จะเดินทางมาให้กำลังใจ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะอ่านคำพิพากษาคดีโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ผลการประชุม ได้มีข้อสั่งการให้ติดตามสถานการณ์ด้านการข่าวทุกพื้นที่ให้จัดทำแผนเผชิญเหตุรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และในส่วนของต่างจังหวัดให้ดูแลพื้นที่ หน่วยงานราชการที่สำคัญ โดยยึดตาม แผนกรกฎ 52 เป็นแนวทางปฏบัติ และบังคับใช้กฎหมาย 100 เปอร์เซ็นต์ และยืนยันว่าไม่มีนโยบายขัดขวางการเดินทางมาให้กำลังใจ แต่ขอให้ประชาชนและกลุ่มแกนนำอย่ากระทำผิดกฎหมาย

โดยครั้งนี้ใช้กำลังตำรวจเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยจัดกองร้อยควบคุมฝูงชน จำนวน 24 กองร้อย ห้ามพกพาอาวุธโดยเด็ดขาด วันนี้ในที่ประชุมได้กำชับให้รักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่บริเวณศาลฯและบริเวณใกล้เคียง และดูแลอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เนื่องจากบริเวณศาลฯมีสถานที่ราชการ แหล่งชุมชน ที่พักอาศัยของประชาชนมากมาย ดังนั้นต้องวางแผนด้านจราจรให้ดี และเหตุที่ต้องดูแลผู้ที่จะมาให้กำลังใจส่วนหนึ่งต้องคำนถึงถึงผลกระทบด้านจราจรด้วย

รอง ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ด้านการข่าวระบุว่าในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ จะมีมวลชนเดินทางมาให้กำลังใจมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จากการข่าวขณะนี้ พบว่า ขยับกันทั้งประเทศ มีการะดมคน ชักชวนกันมาปากต่อปาก ชวนกันมาจังหวัดละ 10-20 คน ทั้งประเทศมีเพียง 10 จังหวัดเท่านั้นที่ไม่ระดมคนมา ที่เหลือมากันหมด แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มแนวร่วมกลุ่มไหน ใช่เสื้อแดงหรือไม่ตนไม่ระบุ แต่ยืนยันว่าไม่สกัดกั้น สั่งตำรวจทั่วประเทศไปแล้วว่าต้องไม่มีการสกัดกั้นเด็ดขาด แต่การเดินทางมาให้กำลังใจต้องมาอย่างถูกกฎหมาย ไม่พกวัตถุอันตราย จะเอาน้ำมันมาคนละแกลลอน ปืนคนละกระบอกคงไม่ได้ จัดรถตู้ รถบัส ที่ไม่ถูกกฎหมาย นอกเส้นทางอนุญาตมาก็ไม่ได้ ให้นั่งรถเมล์ รถไฟ รถสาธารณะมา ถ้าทำผิดกฎหมาย ตำรวจพร้อมดำเนินคดีบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ทั้งนี้ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ทางศาลฯได้จัดระเบียบความปลอดภัยของพื้นที่อยู่แล้ว ทราบว่ามีการขยายพื้นที่อนุญาตให้มวลชนมาให้กำลังใจ เพิ่มเติมจากครั้งก่อนๆด้วยซ้ำ แต่ย้ำว่าอนุญาตให้อยู่ในพื้นที่ จนศาลอ่านคำตัดสินเสร็จเท่านั้น หลังจากนั้นต้องแยกย้ายกลับทันที หากปักหลักในพื้นที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า แม้ศาลจะตัดสินออกมาในทิศทางใด ตำรวจก็วางมาตรการรองรับทุกทาง ขณะเดียวกันได้ติดตามความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ยอมรับว่าขณะนี้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) พบมีกลุ่มแนวร่วม 24 รายกำลังเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย ซึ่งกำลังเฝ้าจับตากลุ่มนี้อยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่พบการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย หรือเข้าทำนองยุยงปลุกปั่น จึงยังไม่ดำเนินคดีกับผู้ใด ที่ผ่านมาก็ดำเนินคดีกับนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีฯแกนนำพรรคเพื่อไทย เพียงรายเดียวเท่านั้น

เมื่อถามว่า จากการข่าวห่วงกังวลว่ากลุ่มฮาร์ดคอร์จะใช้วิธีรุนแรงในช่วงก่อนและหลังการตัดสินหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ยอมรับว่ากังวล ก็เฝ้าจับตาทุกกลุ่ม อย่างล่าสุดก็มีเหตุปล้นเต็นท์รถที่ อ.นาทวี จ. สงขลา และนำไปวางคาร์บอมบ์หลายจุด ก็เป็นเหตุที่ต้องจับตามอง จะมองว่าเป็นสัญญาณก็ได้ แม้เหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ก็ปล้นรถตั้งหลายคัน แล้วประกอบระเบิดทันที ผิดสังเกตุหรือไม่ เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิด ไม่ใช่พฤติกรรมที่เคยพบในพื้นที่ ก่อนหน้านี้คนใน 3 จังหวัดใต้ ก็มาก่อเหตุใน 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน หรือแม้แต่เหตุระเบิดที่ รพ.พระมงกุฏเกล้า ก็เคยเกิดมาแล้ว เหตุรถพุ่งชนคนที่บาเซโลน่า ประเทศสเปนก็ยังเกิดขึ้นได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องระมัดระวังไว้ก่อน

“อย่างไรก็ตาม การข่าวการสืบสวนขณะนี้ยังไม่พบอะไรพิศดาร แต่ก็ไม่ประมาท เตรียมแผนรองรับทุกสถานการณ์” รอง ผบ.ตร. กล่าว

Read More
0
ข่าวอาชญากรรม

ยังไม่พบมีคนอื่นเอี่ยวฆ่า‘น้องพลอย’

พล.ต.อ.ศรีวราห์’ เผยในชั้นสืบสวนยังไม่พบบุคคลอื่นเอี่ยวฆ่า ‘น้องพลอย’ ชี้หากญาติมีหลักฐานส่อถึงผู้เกี่ยวข้องให้นำมามอบตำรวจได้ทันที

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2560 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีนางพัชรี ปั้นทอง มารดานางสาวพลอยรินทร์ ผลิผล หรือน้องพลอย ที่ไม่เชื่อว่านายพลกฤต วิเศษ อดีตแฟนหนุ่มอุ้มฆ่าเผาอำพรางศพน้องพลอยทำคนเดียว โดยเชื่อว่าน่าจะมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง ว่า เรื่องนี้ตนได้พูดคุยกับนางพัชรี ปั้นทอง มารดานางสาวพลอยรินทร์ไปแล้วว่า ถ้ามีพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้นำมามอบให้ตำรวจ เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนได้ว่ามีใครที่อาจจะเข้าข่ายเกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าน้องพลอยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ แต่เบื้องต้นในชั้นสืบสวนสอบสวนยังไม่พบบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องการเสียชีวิตของน้องพลอย

อย่างไรก็ตาม ก็ได้กำชับในการสืบสวนขยายผลตามข้อสงสัยของญาติ ให้พนักงานสอบสวน ชุดสืบสวน แสวงหาพยานหลักฐานว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง สั่งให้ไปพูดคุยสอบถามพยานแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้น มีกี่คนก็ต้องสอบสวนทั้งหมด ยืนยันทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมายบ้านเมือง

Read More
0
ข่าวเศ้าเช้านี้

นำกระดูก‘น้องพลอย’บำเพ็ญกุศลวัดบ้านเกิด

สุดเศร้า !! แม่ร่ำไห้นำกระดูก ‘น้องพลอย’ ไปบำเพ็ญกุศลที่วัดกลาง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ฌาปนกิจศพในวันที่ 21 ส.ค.นี้

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2560 ที่บริเวณศาลา ธรรมะสังเวช วัดกลาง เขตเทศบาลตำบลท่าเรือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนคร ศรีอยุธยา นางพัชรี ผลิผล พร้อมด้วยนายวิชา ผลิผล สามี และญาติ ได้เดินทางมาพร้อมด้วยกระดูกของน้องพลอย ซึ่งบรรจุอยู่ในลังกระดาษ และห่อผ้าขาวมาอีกชั้น โดยมีการจัดเครื่องตั้งศพเอาไว้อย่างสวยงาม มีเพื่อนๆ และคนที่รู้จัก มารอร่วมรดน้ำศพจำนวนมาก ทันทีที่มาถึงหน่วยกู้ภัยสมาคมอยุธยารวมใจ ได้ช่วยกันนำห่อกระดูกออกจากลังกระดาษ แล้วจัดเรียงเป็นรูปร่าง ซึ่งมีเพียงส่วนของซี่โครง และกระดูกขาบางส่วน แล้วจึงนำวิกผมมาเรียง พร้อมทั้งนำชุดกระโปรงลายจุดขาวดำที่น้องพลอยชอบมาวางคลุมเอาไว้ ซึ่งในจังหวะนี้เอง นางพัชรี ได้เดินไปยืนดูที่รูปตั้งหน้าศพ แล้วบอกว่าวันนี้ลูกสวยมาก ซึ่งเป็นรูปสมัยรับพระราชทานปริญญา จากนั้นได้เดินไปติดกิ๊บวางที่วิกผมจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ถึงกับก้มลงไปร้องไห้เป็นเวลานาน ทำให้คนที่มาร่วมงานถึงกับร้องไห้ตามไปด้วย จากนั้นนายวิชา ผู้เป็นพ่อก็มายืนดูร่างของลูก แล้วก็ร้องไห้เช่นกัน (อ่านข่าว : “แม่น้องพลอย”ร่ำไห้รับกระดูกลูกไปบำเพ็ญกุศล)

ต่อมานายวิฑิต ปิ่นนิกร นอภ.ท่าเรือ ได้เดินทางมา แล้วแสดงความเสียใจกับสองสามีภรรยา โดยบอกว่านางพัชรีเป็นคนเก่งมาก ที่อดทนจนสามารถติดตามพบลูกได้แม้ว่าจะเสียชีวิตแล้วก็ตาม โดยได้เป็นประธานรดน้ำศพน้องพลอยเป็นคนแรก ซึ่งทางญาติได้นำสายโยงจากร่างของน้องพลอยลงไปที่ขันน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้าตลอดเวลา โดยบรรยากาศในงานมีเพื่อนๆมาช่วยกันประดิษฐ์ตกแต่งดอกไม้ และดอกกุหลาบ มีข้าราชการและคนที่รู้จักนำพวงหรีดมาไหว้เพื่อแสดงความอาลัยจำนวนมาก ทันทีที่เดินทางมาถึงได้นำชิ้นส่วนกระดูกของน้องพลอยไปวางไว้บน โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ โดยพบว่าแม่ของน้องพลอย พ่อและญาติ มีน้ำตาซึมกันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเปิดให้รดน้ำศพตามประเพณี เวลาประมาณ 17.00 น. และสวดพระอภิธรรมทุกคืนไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม ก่อนที่จะทำพิธีฌาปนกิจวันจันทร์ที่ 21 สิงหาคมนี้

นางวิภาวรรณ สุวรรณอ่วม อายุ 38 ปี อดีตเพื่อนพนักงาน ซึ่งเคยทำงานด้วยกัน ปัจจุบันประกอบอาชีพส่วนตัว เปิดเผยว่า ได้คบกับน้องพลอย ก่อนหน้าที่จะหายตัวไปเป็นเวลา 2 ปี น้องพลอยเป็นคนน่ารัก เคยพูดเรื่องส่วนตัว และไม่ชอบยุ่งเรื่องใคร ปกติน้องจะทำงานอยู่ภายในออฟฟิศ ส่วนตนทำงานอยู่แผนกเทยา ซึ่งน้องจะอยู่หน้าห้อง ทุกวันจะขี่จักรยานมาทำงานด้วยกัน และมักจะคุยกันเรื่องที่จอดรถจักรยาน ซึ่งหลายครั้งเป็นเรื่องตลกที่เราหาที่จอดจักรยานไม่ได้ เนื่องจากทางโรงงานจะให้การใช้จักรยานและเดินเป็นส่วนใหญ่

ก่อนหน้าที่น้องจะหายตัวไป เคยคุยให้ฟัง เลิกกับแฟนแต่ก็ไม่ได้ถามรายละเอียด จนกระทั่งมาทราบว่าน้องหายตัวไป และทราบว่าแอร์ตามหาอยู่ทุกวัน ก็รู้สึกเป็นห่วง ครั้งแรกก็คิดว่าแฟนที่เลิกกันคงจะพาไปกักขัง แต่ก็ไม่มีวี่แวว และกลายเป็นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย มาวันนี้พอรู้ว่าถูกนายพลกฤต พาตัวไปแล้วสังหารด้วยความโหดเหี้ยม รู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก ไม่มีทางที่จะอโหสิ และอยากบอกน้องว่าคิดถึงน้องมาก คิดถึงเวลาที่ทานข้าวกลางวันด้วยกัน อยากให้วิญญาณไปสู่สุคติ

นายเทพเกิดสมบูรณ์ เจ้าของร้านกุหลาบล้านนา ตลาดไท ซึ่งเป็นคนมาตกแต่งดอกไม้ประดับงานศพให้กับน้องพลอย เปิดเผยว่า ดอกไม้ที่นำมาวันนี้ แม่ของน้องพลอย กำหนดให้เป็นสีขาวล้วน เนื่องจากน้องพลอยชอบสีขาว โดยเฉพาะดอกเบญจมาศ และดอกมัม ซึ่งวันนี้ใช้ดอกเบญจมาศตกแต่ง ที่เครื่องตั้งหีบศพ จำนวน 300 ดอก เป็นดอกเบญจมาศสีขาวล้วน ดอกใหญ่ แซมด้วยดอกมัม ซึ่งสั่งมาจากดอยอินทนนท์ โครงการหลวง จำนวน 20 กำ นับร้อยดอก และตกแต่งบริเวณรูปด้วยดอกกล้วยไม้สีขาว

Read More
0
เปิดประเด็นข่าว

โจ๋อันธพาลกว่า8คนรุมทำร้าย

โจ๋อันธพาลกว่า8คนรุมทำร้ายหนุ่มวัย20เพียงคนเดียวเจ็บสาหัส

ตำรวจพร้อมพลเมืองดีเข้าไปห้ามปรามไม่สำเร็จ กลุ่มอันธพาลใช้ไม้และก้อนหินกระหน่ำทุบหนุ่มวัย 20 สาหัส พร้อมจยย.พังยับ!! ตร.คาดเป็นการเข้าใจผิดเรื่องคู่อริผิดกลุ่ม

เมื่อเวลา 02.00 น.วันที่ 19 สิงหาคม 2560 ร.ต.อ.วัชรพล ฤดีชุติพร รอง สวป.สภ.บางปู สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสที่บริเวณริมถนนสุขุมวิทสายเก่าขาออกหลักกิโลเมตรที่ 34 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชายนอนจมกองเลือดอยู่ที่ริมถนนมีบาดแผลศรีษะแตกขนาดใหญ่จำนวน 2 แผลคล้ายถูกตีด้วยของแข็ง ทราบชื่อต่อมาคือนายพะมอญเทพ เหมทรัพย์ อายุ 20 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ ในที่เกิดเหตุยังพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ125 ไอ สีน้ำเงินสภาพใหม่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนถูกทุบตีด้วยของแข็งจนเปลือกและกระจังหน้าแตก ส่วนผู้ก่อเหตุได้แยกย้ายกันหลบหนีไป

จากการสอบถามนายวันชัย ทัพสวัสดิ์ อายุ 16 ปี เพื่อนผู้บาดเจ็บ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนพร้อมผู้บาดเจ็บและเพื่อนร่วม 4 คันได้ขับขี่รถจักรยานยนต์และซ้อนท้ายกันมารวม 4 คน เพื่อมานั่งเล่นเกมส์อยู่ในหมู่บ้านบางปูนคร จนกระทั้งดึกตนจึงได้พากันกลับบ้าน ในระหว่างที่ตนและผู้บาดเจ็บกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากซอยหมู่บ้านบางปูนครมาได้ประมาณ 200 เมตร ได้มีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 7-8 คน เดินอยู่ริมถนนในขณะที่ตนและผู้บาดเจ็บขี่รถจักรยานยนต์ผ่านกลุ่มผู้ก่อเหตุหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุได้กระโดดใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บจนล้ม ก่อนที่ผู้ก่อเหตุทั้งหมดจะเข้ามารุมทำร้ายกลุ่มพวกตนซึ่งมีทั้งไม้และก้อนหินรวมทั้งมีดง้าวเป็นอาวุธ ตนจึงได้จอดรถทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุก่อนวิ่งหนีเอาตัวรอด ขณะเดียวกันเพื่อนที่นั่งซ้อนท้ายรถผู้บาดเจ็บมาเห็นท่าไม่ดีจึงได้คว้ารถจักรยานยนต์ขับขี่หลบหนีไป ส่วนผู้บาดเจ็บหนีไม่ทันจึงถูกกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดรุมทำร้ายโดยใช้ไม้ตีและใช้ก้อนหินทุบจนนอนฟุบจมกองเลือดอยู่กับพื้นถนน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุทั้งหมดจะหันมาใช้ไม้และก้อนหินทุบรถจักรยานยนต์ของตนที่จอดทิ้งอยู่ในที่เกิดเหตุจนเปลือกแตกรอบคันและดึงเอากุญแจรถจักรยานยนต์ของตนติดมือไปด้วย หลังจากนั้นจึงแยกย้ายกันวิ่งหลบหนีไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นมาก่อนที่จะพากันเดินออกมาที่ริมถนน เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ตามมาทางด้านหลังกลุ่มผู้ก่อเหตุคิดว่าเป็นกลุ่มเดียวกันที่มีเรื่องกันมาก่อนหน้านี้ จึงได้ใช้เท้าถีบจนรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บล้มอยู่กับพื้นถนนก่อนที่จะพากันเข้ามารุมลงมือกันร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าวทั้ง ๆ ที่ตนก็เข้ามาห้ามปรามแล้วแต่ไม่มีใครฟังจนกระทั้งมีพลเมืองดีขับรถยนต์กระบะผ่านมาเห็นจึงได้ช่วยกันเข้าห้าม แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมหยุด ผู้ก่อเหตุจึงได้ใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ของรถผู้บาดเจ็บจนล้มและถูกรุมทำร้ายดังกล่าว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสืบสวนติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Read More