ข่าวอื่นๆที่น่าสนใจ

“บุญทรง-ภูมิ” ลุ้นผลทุเลาคำสั่งอายัดบัญชี

ศาลปกครองกลางไต่สวนรอบสาม คำขอทุเลาคำสั่งอายัดบัญชี “บุญทรง-ภูมิ” อดีตรัฐมนตรีพาณิชย์ จำเลยคดีระบายข้าวจีทูจี “2 อดีตรมต.” ยันไปศาลฎีกานักการเมืองฟังผลตัดสิน
ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 ส.ค.60 ศาลนัดไต่สวนเพื่อพิจารณาคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งอายัดทรัพย์สินครั้งที่ 3 ในคดีหมายเลขดำ 1861/2559 ที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ และ 1873/2559 ที่นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ออกคำสั่งให้ชดใช้ความเสียหายจากการระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกับกระทรวงอีก 3 ราย จากข้อพิพาทการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดแล้วมีคำสั่งทางปกครองโดยกระทรวงพาณิชย์ มีหนังสือแจ้งชดใช้ค่าสินไหม โดยคำฟ้องคดีทั้งสองขอให้ศาลปกครองกลาง เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ขณะที่เมื่อเริ่มให้มาตรการยึดอายัดทรัพย์สินโดยกรมบังคับคดีเพื่อนำเงินมาชดใช้ความเสียหาย อดีตรัฐมนตรีทั้งสองได้ยื่นคำขอทุเลากรณีดังกล่าวไว้เพราะเป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย

โดยการพิจารณาคดีนี้ มีการจัดองค์คณะพิเศษ รวม 7 คนเพื่อรับผิดชอบสำนวน จากปกติองค์คณะ 3-5 คน

ขณะที่นายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนเองและภรรยาถูกอายัดบัญชีเงินฝาก รวมทั้งสิ้น 9 บัญชีซึ่งในนั้นเป็นบัญชีของภรรยา 2 บัญชีทั้งที่ภรรยาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ และคำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด จึงต้องร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลให้ทุเลาคำสั่งดังกล่าว

ทั้งนี้นายบุญทรง กล่าวด้วยว่า พร้อมจะเดินทางไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันที่ 25 ส.ค.นี้ เพื่อรับฟังคำพิพากษาคดีระบายข้าวอย่างแน่นอน โดยยังไม่ทราบว่าองค์คณะจะอ่านคำพิพากษาของตนเองหรือคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าวก่อน ซึ่งศาลนัดฟังคำพิพากษาเวลาเดียวกัน โดยขณะนี้ยังไม่มีการประสานใดๆมาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ด้านนายภูมิ อดีต รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ตนถูกอายัดเงินที่ใช้ในการประกันตัวคดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งทำให้ได้รับควาเดือดร้อนเสียหาย จึงขอให้ศาลได้พิจาณาว่าความเดือดร้อนที่เราได้รับโดยหวังว่าะะได้รับการบรรเทาทุกข์

“ในกรณีอายัดซ้ำเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกอายัดไปก็จะไม่มีหลักทรัพย์ที่จะไปกระกันตัวในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งบัญชีที่ถูกอายัดนี้ถือว่ามีความสำคัญและเป็นเงินจำนวนมาก เราไปกู้ยืมมาจากบุคคลอื่นมาใช้ในการประกันตัวหากถูกยึดก็จะเป็นภาระหนัก ทั้งไม่มีเงินประกันในชั้นอุทธรณ์และต้องใช้หนี้ให้แก่เจ้าของเงิน” นายภูมิ กล่าว และว่า เรื่องนี้เมื่อไต่สวนแล้วศาลปกครองยังไม่แจ้งว่าจะมีคำสั่งออกมาเมื่อใด

โดยนายภูมิ ก็ได้ยืนยันด้วยว่า จะไปฟังคำพิพาษาคดีที่ศาลฎีกาฯ ตามวันนัดที่ 25 ส.ค.นี้ด้วยอย่างแน่นอน ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าศาลจะอ่านคำพิพาษาคดีใดก่อนแต่ตนจะไปให้พร้อมรอไว้ก่อนขอให้เอาใจช่วยตนด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การยื่นคำขอทุเลาคำสั่งอายัดทรัพย์ของนายบุญทรง ถือเป็นครั้งที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลาฯครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมาเนื่องจากขณะนั้นกระทรวงการคลังและกรมบังคับคดียังไม่ได้มีการยึดอายัดทรัพย์สินจริง ต่อมานายบุญทรงได้มีการยื่นคำขอทุเลาครั้ง 2 วันที่ 28 ก.พ.เมื่อเห็นว่ากรมบังคับคดีจะเริ่มมีการยึดอายัดทรัพย์ แต่ศาลปกครองกลางก็ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาให้ยกคำร้องขอเช่นเดิม

ขณะที่การไต่สวนวันนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสำหรับการพิจารณาคำขอทุเลาคำสั่งอายัดบัญชีชดใช้ค่าสินไหมครั้งที่ 3 จากนี้ต้องรอศาลแจ้งนัดฟังคำสั่ง หากผลออกมาว่าให้ทุเลาตามคำร้องขอก็ต้องยกเลิกการอายัดบัญชีในส่วนที่ศาลปกครองเห็นสมควร ซึ่งการบังคับคดีเรียกเก็บค่าสินไหมทดแทนตามที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดนั้น คำสั่งกระทรวงพาณิชย์ระบุยอดเงินในส่วนของนายบุญทรง อดีต รมว.พาณิชย์ ต้องชดใช้ 1,768,973,012.66 บาท และนายภูมิ อดีต รมช.พาณิชย์ จำนวน 2,242,571,739.68 บาท
ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จากกรณีจงใจกระทำละเมิดให้ราชการเสียหาย จากการนำข้าวตามสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐมาเวียนขายให้ผู้ประกอบการค้าข้าวภายในประเทศ

ส่วนกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กระทรวงการคลัง มีคำสั่งให้ชดใช้เงิน 35,717,273,028.23 บาทต่อความเสียหายโครงการจำนำข้าวนั้น ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอทุเลาการอายัดบัญเงินฝากของศาลปกครองกลาง ที่ได้รับเอกสารชี้แจงจากกระทรวงการคลัง ผู้ถูกฟ้องแล้ว หลังจากทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยื่นคำขอทุเลารอบใหม่เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านม